ตรวจ STD ต้องรู้อะไรบ้าง? คู่มือสำหรับผู้หญิงวัยทำงาน

การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD: Sexually Transmitted Diseases) เป็นเรื่องที่สำคัญแต่หลายคนยังรู้สึกอายที่จะลงมือตรวจ ความเป็นจริงคือ การตรวจ STD เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสัมพันธ์หรือยังโสด ข้อมูลในคู่มือนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ STD ประเภทต่างๆ และวิธีการตรวจที่เหมาะสม

STD 10 โรค ที่ผู้หญิงควรรู้จัก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีหลากหลายชนิด บางชนิดอาจไม่มีอาการ แต่สามารถส่งผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์ได้ ตามข้อมูลจาก CDC (Centers for Disease Control and Prevention) โรค STD ที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงมีดังนี้

  • Chlamydia trachomatis - โรคติดเชื้อแบคทีเรีย ที่พบได้บ่อยที่สุด มักไม่มีอาการ แต่อาจทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะสืบพันธุ์ (PID)
  • Neisseria gonorrhoeae (โรคแพทย์กาน) - อาจก่อให้เกิดการอักเสบของมดลูก ไข่และท่อน้ำหนักถ้าไม่รักษา
  • Human Papillomavirus (HPV) - เชื้อไวรัสที่อาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน
  • Herpes Simplex Virus (HSV) - เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดแผลในอวัยวะเพศ เป็นโรคเรื้อรัง
  • Human Immunodeficiency Virus (HIV) - ไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน มีการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพ
  • Hepatitis B - เชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ผ่านเลือดและสารคั่ว มีวัคซีนป้องกัน
  • Trichomonas vaginalis -寄生虫ที่ทำให้ปากมดลูกและท่อปัสสาวะอักเสบ มีอาการคัดขาดสีเขียวหรือเหลือง
  • Syphilis - โรคติดเชื้อแบคทีเรีย ที่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยไว้
  • Mycoplasma genitalium - แบคทีเรียที่ค้นพบใหม่ ทำให้เกิดการอักเสบของท่อปัสสาวะและมดลูก
  • Ureaplasma - แบคทีเรีย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบของระบบสืบพันธุ์

อาการที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ หลายโรค STD ไม่มีอาการเลย แต่อาการที่ควรให้ความสนใจได้แก่:

  • สิ่งคั่วผิดปกติในเรื่องสี กลิ่น หรือปริมาณ
  • ความเจ็บปวดหรือการรู้สึกไหม้ขณะปัสสาวะ
  • เลือดออกหรือแผลในอวัยวะเพศ
  • ความเจ็บปวดในช่องท้องด้านล่าง
  • ความเจ็บปวดระหว่างเพศสัมพันธ์
  • หัวใจเต้นผิดปกติหรือกำลังจะเป็นไข้

วิธีการตรวจ STD ต่างชนิด

การตรวจ STD มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับโรคที่สงสัย

ตรวจแบบ Blood Test (หน้าที่ทำ): นำเลือดไปตรวจหา HIV, Syphilis, Hepatitis B และบางครั้งก็ HSV โดยตรวจหาแอนติบอดี้หรือแอนติเจน

ตรวจแบบ Urine Test: ส่วนใหญ่ใช้สำหรับตรวจ Chlamydia และ Gonorrhea ผ่านการทดสอบ Nucleic Acid Amplification Test (NAAT) ซึ่งมีความแม่นยำสูง

ตรวจแบบ Swab (ปัน): หมอนำแคว้นเล็กๆ ไปเอาตัวอย่างจากปากมดลูก ท่อปัสสาวะ หรืออวัยวะเพศ ใช้สำหรับตรวจ Chlamydia, Gonorrhea, HSV และ Mycoplasma genitalium

ตรวจแบบ Pap Smear: วิธีตรวจสำหรับตรวจ HPV และเซลล์วัณโรคของมดลูก ไม่ใช่การตรวจ STD โดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเสจนัก

ตรวจแบบ Wet Mount หรือ Vaginal Culture: ใช้สำหรับตรวจ Trichomonas vaginalis โดยดูจากแท่นกล้องจุลทรรศน์

ความถี่ของการตรวจ STD

ตามคำแนะนำจาก WHO (World Health Organization) และ CDC ผู้หญิงวัยทำงานควรตรวจ STD ดังนี้:

  • ผู้หญิงที่มีคู่นอนคนเดียว - ตรวจครั้งแรกเมื่อเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ แล้วตรวจต่อทุก 1 ปี หรือตามที่แพทย์แนะนำ
  • ผู้หญิงที่มีคู่นอนหลายคน - ตรวจทุก 3-6 เดือน
  • ผู้หญิงท้องอ่อนทั้งหมด - ตรวจ Syphilis, HIV และ Hepatitis B ตั้งแต่ต้นท้อง
  • ผู้หญิงที่ไม่ใช้ถุงยาง - ตรวจหลังเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัยในเร็ว 2 สัปดาห์

PrEP คืออะไร? เป็นการป้องกัน HIV ได้จริงหรือ

PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) คือการกินยาป้องกัน HIV ก่อนสัมผัสเชื้อไวรัส ยาประเภท PrEP มีหลายชนิด แต่ยาที่พบบ่อยที่สุดคือ Tenofovir และ Emtricitabine ซึ่งผสมอยู่ในยา Truvada

ตามข้อมูลจากงานวิจัยของ UNAIDS และ NIH การใช้ PrEP อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ลงถึง 99% เมื่อใช้ร่วมกับการใช้ถุงยางและการตรวจสุขภาพเป็นประจำ

ผู้หญิงควรใช้ PrEP ถ้า:

  • มีคู่นอนที่มีเชื้อ HIV
  • มีคู่นอนหลายคนและไม่ใช้ถุงยางสม่ำเสมอ
  • เป็นงานอาชีพเพศสัมพันธ์
  • มีประวัติติด STD มากกว่า 1 ครั้ง

สำคัญที่สุดคือต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ PrEP เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจค่า HIV, ไต และตับ ก่อนเริ่มการรักษา

ข้อสำคัญในการตรวจ STD

อย่ากังวลเกี่ยวกับการตรวจ STD เพราะแพทย์และพยาบาลเห็นผู้ป่วยมาตรวจหลายร้อยคนในแต่ละสัปดาห์ ไม่มีใครจะตัดสินคุณ

ข้อแนะนำในการตรวจ:

  • บอกแพทย์ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศสัมพันธ์ของคุณ
  • เลือกสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้และมีความเป็นส่วนตัว
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลการตรวจทั้งหมด
  • หากติด STD ให้แจ้งให้คู่นอนทราบเพื่อที่พวกเขาจะได้รักษาเช่นกัน
  • ดำเนินการรักษาให้จบเต็มหลักสูตรตามคำแนะนำของแพทย์

สรุป

การตรวจ STD เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพทั้งกาย และจิตใจ ผู้หญิงวัยทำงานควรทำให้เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีความเสี่ยง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค วิธีการตรวจ และการป้องกัน จะช่วยให้คุณรักษาสุขภาพเพศสัมพันธ์ของตนเอง และหากจำเป็น สามารถรักษาได้ก่อนการแทรกซ้อน

อย่าลังเล ติดต่อ W Medical Hospital สมุทรสาคร หรือ LINE OA @034qjajh เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมและการตรวจ STD ที่มีมาตรฐาน หรือเยี่ยมชม roogondee.