รู้ไหมว่า "ไต" ของเราทำงานหนักทุกวินาที ไม่มีวันหยุด? ไตสองข้างเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีบทบาทนั้น แท้จริงแล้วกรองเลือดได้มากถึง 180 ลิตรต่อวัน คอยขับของเสีย ควบคุมความดัน และรักษาสมดุลของเหลวในร่างกายให้เราอยู่ตลอดเวลา — แต่ปัญหาคือเวลาไตเริ่มมีปัญหา มันแทบจะ "เงียบ" มาก จนหลายคนไม่รู้ตัวเลย

โรคไตเรื้อรัง (CKD) ถือเป็นหนึ่งในโรคที่น่ากลัวที่สุดตรงที่ระยะแรกๆ นั้นแทบไม่มีอาการเตือนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ปวด ไม่บวม ไม่อ่อนเพลียให้เห็นชัด กว่าจะรู้สึกว่า "ร่างกายไม่ปกติ" บางทีไตก็เสียหายไปแล้วมากกว่า 50% เรียกว่าพอรู้ตัวก็ไปถึงระยะกลางหรือระยะปลายไปแล้ว ซึ่งดูแลรักษาได้ยากกว่ามากเลยทีเดียว

ข่าวดีคือ — ถ้ารู้เร็ว ดูแลได้เร็ว! นั่นคือเหตุผลที่การตรวจคัดกรองไตก่อนมีอาการสำคัญมากๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คนที่ชอบกินยาแก้ปวดเป็นประจำ หรือคนในครอบครัวมีประวัติโรคไต

ทำไมโรคไตถึงเงียบขนาดนี้?

ไตเป็นอวัยวะที่มีความสามารถในการ "ชดเชย" ตัวเองได้สูงมาก หมายความว่าแม้ไตจะเริ่มเสื่อมสภาพไปบ้าง ไตที่เหลืออยู่จะพยายามทำงานแทนจนกว่าจะหมดแรงจริงๆ ร่างกายเราถึงค่อยส่งสัญญาณออกมา ซึ่งนั่นทำให้หลายคนคิดว่าตัวเองปกติดีตลอด จนวันที่ผลเลือดหรือผลปัสสาวะออกมาแล้วตกใจกันทีหนึ่ง สัญญาณเตือนที่อาจพอสังเกตได้ในระยะหลังๆ คือปัสสาวะเป็นฟองมาก บวมที่เท้าหรือรอบตา อ่อนเพลียผิดปกติ หรือความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่ถ้ารอให้ถึงตอนนั้น ก็อาจสายเกินกว่าจะกลับมาดูแลได้ง่ายๆ แล้ว

ตรวจอะไร? ตรวจยังไง?

การคัดกรองโรคไตในระยะแรกทำได้ไม่ยากเลย หลักๆ มีอยู่สองวิธีที่แพทย์มักแนะนำร่วมกัน คือการ ตรวจเลือดดูค่าการทำงานของไต (Creatinine / eGFR) และ ตรวจปัสสาวะหาโปรตีน (Urine Protein) โดยปกติไตที่แข็งแรงจะกรองโปรตีนกลับคืนสู่ร่างกาย ถ้าพบโปรตีนในปัสสาวะในปริมาณผิดปกติ นั่นคือสัญญาณว่าไตเริ่มกรองไม่ไหวแล้ว และตอนนี้ทาง W Medical Hospital สมุทรสาคร เปิดให้ ตรวจปัสสาวะหาโปรตีนฟรี เพื่อช่วยคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก ก่อนที่อาการจะมาบอกเรา ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับคนที่ยังไม่เคยตรวจ หรือนานมากแล้วที่ไม่ได้ตรวจไต

ดูแลไตทุกวัน ลดความเสี่ยงได้จริง

นอกจากการตรวจ การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็ช่วยปกป้องไตได้ในระยะยาวเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว อย่างการดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ลดอาหารเค็มจัดเพื่อลดภาระที่ไตต้องกรองโซเดียม ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อช่วยควบคุมความดันและน้ำตาลในเลือด และที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs โดยไม่จำเป็น เพราะยาพวกนี้กระทบต่อไตโดยตรง ถ้ามีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือความดัน การควบคุมโรคเหล่านั้นให้ดีก็คือการดูแลไตทางอ้อมอยู่แล้ว

  • โรคไตระยะแรกมักไม่มีอาการเตือน การตรวจคัดกรองจึงสำคัญกว่าการรอให้ป่วยก่อน
  • การพบโปรตีนในปัสสาวะเป็นสัญญาณเตือนว่าไตอาจเริ่มทำงานผิดปกติ
  • ดื่มน้ำให้พอ ลดเค็ม ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพประจำปีช่วยลดความเสี่ยงโรคไตได้
  • กลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน และผู้ที่มีประวัติครอบครัว ควรตรวจไตเป็นประจำ
  • รู้เร็ว ดูแลได้เร็ว — ยิ่งพบในระยะแร