PrEP คืออะไร? ป้องกัน HIV ได้จริงไหม ใครควรกิน

PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) คือยาป้องกัน HIV ที่ใช้ก่อนสัมผัสเชื้อไวรัส โดยคนที่ไม่ติด HIV กินยานี้เป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ถ้ากินอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ประสิทธิภาพในการป้องกัน HIV สามารถถึง 99% ซึ่งถือเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงมาก นอกจากการใช้ถุงยางอนามัย

PrEP ทำงานอย่างไร

PrEP ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบหลัก 2 ชนิด คือ Tenofovir (TDF หรือ TAF) และ Emtricitabine (FTC) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเดียวกับที่ใช้รักษา HIV ผู้ป่วย เมื่อกินยานี้เป็นประจำ ร่างกายจะสร้าง ระดับยาในกระแส​เลือดและเนื้อเยื่อสูง พอเพียงที่จะหยุดการแพร่กระจายของไวรัส HIV หากมันเข้าสู่ร่างกาย

ยาจะไปสะสมตัวอยู่ในตัวกลางของการติดเชื้อ เช่น เลือด อธิปุชชะ และเนื้อเยื่อในทางเดินอุจจาระ โดยไม่มีการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย ดังนั้นจึงป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพของ PrEP ที่พิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์

การวิจัยที่เชื่อถือได้จากหลายประเทศรายงานว่า PrEP มีประสิทธิภาพ 99% ในการป้องกัน HIV เมื่อผู้ใช้กินยาอย่างสม่ำเสมอทุกวัน การศึกษา iPrEx, Partners PrEP และ TDF2 ระบุว่าการกินยาอย่างถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ ความสม่ำเสมอในการกินยา หากผู้ใช้ลืมกินหรือไม่กินตามแบบแผน ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างมาก การศึกษาเชิงสังเกตการณ์พบว่าเมื่อกินยาน้อยกว่า 4 วันต่อสัปดาห์ ประสิทธิภาพลดลงเหลือ 76% ขึ้นไป

ใครควรใช้ PrEP

PrEP เหมาะสำหรับ คนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติด HIV กลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่:

  • คู่สัญญา/เพื่อนร่วมชีวิตผู้มี HIV – ผู้ที่มีคู่หลัก/คู่ชีวิต/เพื่อนร่วมชีวิตแล้วพบว่ามี HIV
  • ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) – กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงตามสถิติการแพร่โรค
  • พนักงานเพศ/ผู้บริหารเพศ – กลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อบ่อยครั้ง
  • ผู้ใช้ยาเสพติดโดยการฉีด – ที่แชร์เข็มฉีดยา
  • คนทั่วไปที่มีการเปลี่ยนคู่บ่อย – และไม่ใช้ถุงยางอนามัยสม่ำเสมอ

ห้องเดินหญิงและหน่วยงานสาธารณสุขขอแนะนำให้ ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจใช้ PrEP เพราะแต่ละบุคคลมีสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน

วิธีการกิน PrEP: Daily กับ On-Demand

มีสองรูปแบบหลักในการใช้ PrEP:

1. Daily PrEP (ทุกวัน)

ผู้ใช้กินยา 1 เม็ด ทุกวัน โดยไม่คำนึงถึงกิจกรรมทางเพศ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงตลอดเวลา หรือไม่สามารถคาดการณ์เมื่อจะมีการสัมผัสเชื้อ

2. On-Demand PrEP (2-1-1)

เป็นแบบใหม่ที่อนุมัติโดยองค์การอาหารและยาของหลายประเทศ โดยกินตามรูปแบบ 2-1-1:

  • กิน 2 เม็ด ไป 2-24 ชั่วโมงก่อนมีการสัมผัสเชื้อ
  • กิน 1 เม็ด วันถัดจากการสัมผัส
  • กิน 1 เม็ด อีก 1 วันหลังจากนั้น (รวม 48 ชั่วโมง)

On-Demand PrEP เหมาะสำหรับผู้ที่มีการสัมผัสเชื้อไม่บ่อยนัก เนื่องจากไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน

การตรวจก่อนเริ่ม PrEP

ก่อนเริ่มใช้ PrEP จำเป็นต้องไปตรวจสุขภาพก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย ซึ่งรวมถึง:

  • การตรวจเลือด HIV – ต้องปลอดภัยจากการติด HIV ก่อน (PrEP ป้องกัน ไม่ใช่รักษา)
  • การตรวจหนังเหาะพ้ง (Baseline creatinine) – เพื่อประเมินสุขภาพไต
  • การตรวจตับ (Liver function test) – เพื่อแน่ใจว่าตับทำงานปกติ
  • การตรวจหาเชื้อติดเพศ – เพื่อค้นหาโรคติดต่อทางเพศอื่น
  • การวัดความดันโลหิต – สำหรับการตรวจสุขภาพทั่วไป

หลังจากเริ่มใช้ PrEP ต้องติดตามตรวจสอบเป็นระยะ โดยปกติทุก 3-6 เดือน เพื่อตรวจหาผลข้างเคียงและสถานะสุขภาพ

ราคาและการเข้าถึง

ราคา PrEP ในประเทศไทยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานที่และประเภทของยา:

  • โรงพยาบาลรัฐ/หน่วยงานสาธารณสุข – มักจัดให้บริการฟรีหรือเป็นค่าย่อย สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง
  • คลินิกเอกชน/โรงพยาบาลเอกชน – ราคาจะสูงกว่า โดยต้องจ่ายเป็นร้อยบาทต่อเดือน
  • ยาจัดซื้อเอง – หากไม่มีสิทธิป้องกัน ต้องจ่ายค่ายาและค่าตรวจเองทั้งหมด

ขณะนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่หลายแห่งจัดให้บริการ PrEP ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามจากหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นของตนเอง

ผลข้างเคียงของ PrEP

โดยทั่วไป PrEPมีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น:

  • ปวดศีรษะ บ่อยหน้า วุ่นวาย
  • ปัญหาทางเดินอาหาร (ท้องเสีย หรือท้องผูก)
  • อ่อนเพลีย

ผลข้างเคียงเหล่านี้จะลดลงเมื่อร่างกายปรับตัว หากมีอาการรุนแรงต้องรีบปรึกษาแพทย์

สำคัญ: PrEP ไม่ใช่การป้องกันแบบสมบูรณ์

แม้ว่า PrEP มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ ไม่สามารถป้องกัน 100% ดังนั้นการใช้ PrEP ควรรวมกับ ถุงยางอนามัย การตรวจสุขภาพเป็นระยะ และความรู้ด้านการป้องกันโรค เพื่อให้ได้การป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

หากคุณสนใจที่จะใช้ PrEP หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sexual Health และการป้องกันโรค ติดต่อเราผ่าน LINE @roogondee หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ roogondee.com ที่มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการตรวจสุขภาพโดย W Medical Hospital สมุทรสาคร