โรคไตเรื้อรัง (CKD) ระยะไหน ดูจากค่า eGFR และ Creatinine อย่างไร

โรคไตเรื้อรัง หรือ Chronic Kidney Disease (CKD) เป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงแต่มักถูกมองข้าม หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้จนกว่าจะถึงระยะที่หนัก การตรวจค่า eGFR และ Creatinine เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราตรวจจับและเข้าใจระยะของโรคไตเรื้อรัง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินฟังก์ชันการทำงานของไต และวิธีการจัดการในแต่ละระยะ

โรคไตเรื้อรัง (CKD) คืออะไร

โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่ไตสูญเสียความสามารถในการทำงาน แล้วเลวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยสูญเสียการสร้างตัวกรองแบบถาวร ไม่ว่าจะเกิดจากเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอักเสบของไต หรือสาเหตุอื่น ๆ แต่ก่อนจะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ ไต มักจะสูญเสียไปเกือบ 90% ของความสามารถแล้ว

ค่า Creatinine คืออะไร และบอกอะไร

Creatinine เป็นสารเสียที่เกิดจากการเผาผลาญของกล้ามเนื้อ ปกติจะถูกขับออกจากปัสสาวะโดยไต ค่า Creatinine ในเลือดสะท้อนให้เห็นว่าไตกำลังทำงานดีแค่ไหน

ค่า Creatinine ปกติ:

  • ผู้ชาย: 0.7-1.3 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)
  • ผู้หญิง: 0.6-1.1 mg/dL

อย่างไรก็ตาม ค่า Creatinine เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะค่านี้ขึ้นอยู่กับ อายุ เพศ น้ำหนัก และปริมาณกล้ามเนื้อด้วย บุคคลที่มีกล้ามเนื้อมากจะมี Creatinine สูงกว่า แม้ว่าไตจะทำงานได้ดี ดังนั้น คุณแพทย์จึงใช้ค่า eGFR เพื่อประเมินฟังก์ชันไตที่แม่นยำกว่า

ค่า eGFR คืออะไร และอ่านอย่างไร

eGFR ย่อมาจาก Estimated Glomerular Filtration Rate หมายถึงค่าประมาณของอัตราการกรองโลหิตของไต ใน 1 นาที วัดเป็นหน่วย mL/min/1.73m² ค่า eGFR ที่ถูกต้องมากขึ้นเพราะคำนวณจากค่า Creatinine ร่วมกับ อายุ เพศ และนักเรียน (สำหรับบางสูตร)

ตามแนวทางของ KDIGO (Kidney Disease: Improving Global Outcomes) และ National Kidney Foundation ของอเมริกา ค่า eGFR ปกติของผู้ใหญ่อยู่ที่ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป

5 ระยะของโรคไตเรื้อรัง (CKD)

การแบ่งระยะของโรคไตเรื้อรังเป็น 5 ระยะตามค่า eGFR ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ระยะที่ 1: ไตยังสมบูรณ์แต่มีสัญญาณการเสื่อมลง

  • eGFR: 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป
  • Creatinine: ปกติ
  • อาการ: ไม่มีอาการ แต่อาจมีข้อบ่งชี้ว่าไตเสื่อมลง เช่น โปรตีนในปัสสาวะ เลือดในปัสสาวะ หรือความดันโลหิตสูง
  • การจัดการ: ควบคุมความดันโลหิต เบาหวาน หลีกเลี่ยงอันตรายต่อไต ติดตามผลปกติ

ระยะที่ 2: ไตเสื่อมลงเล็กน้อยแต่ยังทำงานได้

  • eGFR: 60-89 mL/min/1.73m²
  • Creatinine: เล็กน้อยสูงกว่าปกติ
  • อาการ: โดยปกติไม่มีอาการ
  • การจัดการ: ควบคุมปัจจัยเสี่ยง ปรึกษาแพทย์ด้านไตจำเป็นต้องติดตามผลทุก 6-12 เดือน

ระยะที่ 3a: ไตเสื่อมลงปานกลาง (ที่ 1)

  • eGFR: 45-59 mL/min/1.73m²
  • Creatinine: สูงกว่าปกติ
  • อาการ: โดยปกติไม่มีอาการ แต่บางคนอาจรู้สึกเหนื่อย
  • การจัดการ: ควบคุมน้ำตาล ความดันโลหิต พิจารณาให้ยาป้องกันไต เริ่มปรึกษาด้านโภคนาการ ติดตาม eGFR ทุก 6 เดือน

ระยะที่ 3b: ไตเสื่อมลงปานกลาง (ที่ 2)

  • eGFR: 30-44 mL/min/1.73m²
  • Creatinine: สูงชัดเจน
  • อาการ: อาจมีอาการเหนื่อย ปัญหานอนหลับ เบื่ออาหาร
  • การจัดการ: ลดเกลือและน้ำตาล ปรึกษาด้านอาหาร เตรียมการสำหรับระยะถัดไป ติดตาม eGFR ทุก 3-6 เดือน

ระยะที่ 4: ไตเสื่อมลงรุนแรง

  • eGFR: 15-29 mL/min/1.73m²
  • Creatinine: สูงมาก
  • อาการ: อาจมีอาการปัสสาวะน้อย ตัวบวมน้ำ เบื่ออาหาร ความดันโลหิตสูง
  • การจัดการ: เตรียมการรักษาแทนไต (ฟอกไต ปลูกถ่ายไต) ส่งเสริมอาหารเพื่อไต ติดตาม eGFR ทุก 1-3 เดือน

ระยะที่ 5: ไตเสื่อมสุดขั้วและต้องการรักษาแทนไต

  • eGFR: ต่ำกว่า 15 mL/min/1.73m²
  • Creatinine: สูงมากแม่นมากหรือการบ่งชี้อื่นของไตวาย
  • อาการ: หลายอาการรุนแรง ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินชีวิต
  • การจัดการ: ต้องเริ่มฟอกไต หรือปลูกถ่ายไต

เมื่อไหร่ต้องเริ่มรักษาและปรับเปลี่ยนอาหาร

การจัดการโรคไตเรื้อรังควรเริ่มตั้งแต่ระยะแรก แม้ว่าไตยังทำงานได้ดี การหยุดหรือชะลอความเสื่อมของไตนั้นเป็นเป้าหมายที่สำคัญ

ปรับเปลี่ยนอาหารตั้งแต่ระยะแรก:

  • ลดเกลือ (น้อยกว่า 2,300 mg ต่อวัน)
  • ลดโปรตีน เลือกโปรตีนคุณภาพสูง (เนื้อปลา หนังไก่)
  • ลดน้ำตาล หลีกเลี่ยงอาหารกระท่อมไขมัน
  • ลดแคลอรี่หากน้ำหนักเกิน
  • ติดตามค่าแคลิเซียม โฟสฟอรัส โปแตสเซียมตั้งแต่ระยะ 3b เป็นต้นไป

การติดตามผลและความสำคัญของการตรวจเป็นประจำ

การตรวจเป็นประจำเป็นสิ่งที่ ไม่ควรมองข้าม การตรวจ eGFR และ Creatinine อย่างสม่ำเสมอช่วยให้:

  • ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของฟังก์ชันไตในเวลาแล้ว
  • ปรับการรักษาให้เหมาะสมกับระยะของโรค
  • หลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น โลหิตจางจากการสูญเสียเอริธโรโปเอติน
  • เตรียมพร้อมสำหรับการฟอกไต หรือปลูกถ่ายไต

นอกจากนี้ คุณแพทย์ยังจะตรวจค่าหัวเข่าอื่น ๆ เช่น แอลบูมินในปัสสาวะ (Urine Albumin Creatinine Ratio หรือ UACR) ซึ่งแสดงให้เห็นความเสียหายของไต

บทสรุป

การเข้าใจระยะของโรคไตเรื้อรังจากค่า eGFR และ Creatinine เป็นขั้นตอนแรกสำคัญในการจัดการโรคนี้ ไตคือเครื่องสดจำเป็นของร่างกายที่ทำงานเงียบ ๆ ดังนั้นการตรวจตรวจสอบเป็นประจำจึงสำคัญ โดยเฉพาะหากคุณมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือประวัติครอบครัว

ไม่ควรรอจนกว่าจะมีอาการเพื่อเริ่มรักษา การผลักดันการเปลี่ยนแปลงในไลฟ์สไตล์ตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยให้คุณรักษาสุขภาพของไตได้ยาวนาน

ติดต่อ LINE @roogondee หรือเยี่ยมชม roogondee.com เพื่อรับการปรึกษาด้านสุขภาพของไตจากผู้เชี่ยวชาญ และดูแลสุขภาพตัวเองได้อย่างถูกต้อง