HPV วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ต้องฉีดกี่เข็ม ที่ไหนได้บ้าง

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงไทย โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 8,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ปีละกว่า 4,000 ราย ข่าวดีคือ มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่ ป้องกันได้ ด้วยวัคซีน HPV และการคัดกรองที่เหมาะสม

HPV คืออะไร และเกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกอย่างไร

HPV (Human Papillomavirus) หรือไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา คือกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ ติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังและทางเพศสัมพันธ์ โดยไม่จำเป็นต้องมีการสอดใส่ แต่รวมถึงการสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศ

งานวิจัยจาก World Health Organization (WHO) ระบุชัดเจนว่า HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกถึง 70% ของทุกกรณี นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับมะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

สำหรับสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำอย่าง สายพันธุ์ 6 และ 11 ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งแม้ไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่ก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ ร่างกายจะกำจัดไวรัสได้เองภายใน 1-2 ปีในหลายราย แต่ในบางกรณีไวรัสอยู่ในร่างกายและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งในระยะเวลา 10-15 ปี

วัคซีน HPV มีกี่ชนิด และป้องกันได้กี่สายพันธุ์

ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีน HPV ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จำหน่ายอยู่ 3 ชนิดหลัก ได้แก่

  • Cervarix (ไบวาเลนต์) ป้องกันสายพันธุ์ 16 และ 18 เน้นป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดยตรง
  • Gardasil (ควอดริวาเลนต์) ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ช่วยลดทั้งมะเร็งและหูดหงอนไก่
  • Gardasil 9 (โนนาวาเลนต์) ป้องกันได้ถึง 9 สายพันธุ์ (6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58) ครอบคลุมมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ถึง 90%

ในปัจจุบัน Gardasil 9 ได้รับการแนะนำจากองค์กรด้านสุขภาพทั่วโลก เนื่องจากมีความครอบคลุมสูงสุด โดยเฉพาะสายพันธุ์ 52 และ 58 ที่พบบ่อยในประชากรเอเชีย รวมถึงคนไทย

ต้องฉีดกี่เข็ม และฉีดตอนอายุเท่าไหร่ดีที่สุด

จำนวนเข็มวัคซีน HPV ขึ้นอยู่กับ อายุที่เริ่มฉีด ดังนี้

  • อายุ 9-14 ปี (ก่อนมีเพศสัมพันธ์) ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน ได้ภูมิคุ้มกันเทียบเท่าการฉีด 3 เข็มในกลุ่มอายุมากกว่า เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กตอบสนองได้ดีกว่า
  • อายุ 15-26 ปี ฉีด 3 เข็ม ตามสูตร 0, 1-2, 6 เดือน (เข็มแรก เข็มที่ 2 ห่าง 1-2 เดือน เข็มที่ 3 ห่าง 6 เดือนจากเข็มแรก)
  • อายุ 27-45 ปี ยังสามารถฉีดได้และมีประโยชน์ แต่ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากประสิทธิภาพอาจลดลงในกลุ่มที่เคยสัมผัสเชื้อมาแล้ว

ข้อมูลจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ยืนยันว่า วัคซีน HPV มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีด ก่อนสัมผัสเชื้อ นั่นคือก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อย่างไรก็ตาม แม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว การฉีดวัคซีนยังคงให้ประโยชน์ เพราะโอกาสที่จะติดเชื้อครบทุกสายพันธุ์พร้อมกันนั้นน้อยมาก

สำคัญมาก: ผู้ชายก็ฉีดวัคซีน HPV ได้และควรฉีด เนื่องจากช่วยลดการแพร่เชื้อให้คู่นอน และป้องกันมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในผู้ชายด้วย

Pap Smear คืออะไร ทำไมจำเป็นแม้จะฉีดวัคซีนแล้ว

Pap Smear (การตรวจเซลล์วิทยาปากมดลูก) คือการเก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูกไปตรวจหาความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิดปกติก่อนมะเร็ง หรือมะเร็งระยะต้น ซึ่งสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพหากตรวจพบเร็ว

วัคซีน HPV ไม่ได้ป้องกัน HPV ได้ 100% และไม่ได้ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง ดังนั้น การคัดกรองด้วย Pap Smear จึงยังจำเป็นต้องทำควบคู่กันไป

คำแนะนำจาก American Cancer Society และแนวทางของไทย แนะนำให้ผู้หญิงเริ่มตรวจ Pap Smear ดังนี้

  • เริ่มตรวจเมื่ออายุ 21 ปี หรือเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์
  • ตรวจทุก 3 ปี สำหรับอายุ 21-65 ปี หากผลปกติ
  • หรือตรวจ Pap Smear ร่วมกับ HPV DNA Test ทุก 5 ปี ซึ่งมีความไวสูงกว่า
  • อายุมากกว่า 65 ปี อาจหยุดตรวจได้หากผลปกติ 3 ครั้งติดต่อกัน และไม่มีประวัติเซลล์ผิดปกติ

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด

  • วัคซีน HPV ปลอดภัย ผ่านการศึกษามากกว่า 15 ปี มีการติดตามผลในผู้รับวัคซีนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย เช่น ปวดบวมบริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำ หรือปวดศีรษะชั่วคราว
  • การฉีดวัคซีนไม่ช่วยรักษา HPV ที่ติดอยู่แล้ว แต่ช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่ได้ติดเชื้อ
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน จนกว่าจะคลอดบุตร เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ยังมีจำกัด
  • วัคซีนไม่ได้ทดแทน Pap Smear ต้องทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน
  • ราคาวัคซีน HPV ในไทยอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาทต่อเข็ม ขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีนและสถานพยาบาล

ฉีดวัคซีน HPV ได้ที่ไหนบ้าง

สามารถรับวัคซีน HPV ได้ที่

  • โรงพยาบาลรัฐ สำหรับนักเรียนหญิงชั้น ป.5 มีวัคซีนฟรีตามโครงการของกระทรวงสาธารณสุข
  • โรงพยาบาลเอกชน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถเลือกชนิดวัคซีนได้หลากหลาย
  • คลินิกเวชกรรม หรือคลินิกสูตินรีเวช ที่ผ่านการรับรองและมีแพทย์ให้คำปรึกษา
  • โรงพยาบาลพันธมิตรในสมุทรสาครและพื้นที่ใกล้เคียง ที่ร่วมมือกับ รู้ก่อนดี เพื่อให้บริการตรวจและฉีดวัคซีน HPV อย่างครบวงจร พร้อมการคัดกรอง Pap Smear

สรุป: ป้องกันดีกว่ารักษา เสมอ

มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่ ป้องกันได้ และ ตรวจพบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การฉีดวัคซีน HPV ร่วมกับการตรวจ Pap Smear อย่างสม่ำเสมอ คือแนวทางที่ดีที่สุดในการปกป้องสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ การเริ่มต้นดูแลตัวเองวันนี้ยังไม่สายเกินไป

อย่าปล่อยให้ความไม่รู้หรือความกังวลที่ไม่มีมูลมาเป็นอุปสรรค เพราะข้อมูลที่ถูกต้องและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันคือสิ่งที่ทรงคุณค่าที่สุดที่คุณทำได้เพื่อตัวเอง

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัคซีน HPV ราคา ตารางนัดฉีด หรือการนัดหมายตรวจ Pap Smear กับโรงพยาบาลพันธมิตรในสมุทรสาครและพื้นที่ใกล้เคียง ติดต่อทีมงาน รู้ก่อนดี ได้เลย ไม่ต้องอาย ไม่ตัดสิน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นส่วนตัว

📱 LINE: @roogondee
🌐 เว็บไซต์: roogondee.com
รู้ก่อนดี — เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากการรู้ทันโรค