ไตของเรานั้นทำงานหนักมากกว่าที่คิด ทุกวันๆ มันต้องกรองเลือดร่วม 200 ลิตร คัดแยกของเสีย ปรับสมดุลเกลือแร่ ควบคุมความดัน และอีกสารพัดหน้าที่ที่เราไม่เคยสั่งหรือขอบคุณมันเลยสักครั้ง แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่เราตักใส่ปากทุกมื้อนั้นส่งผลต่อไตโดยตรง ทั้งในทางที่ดีและทางที่ค่อยๆ บั่นทอน

ถ้าลองมองย้อนดูจานอาหารตัวเองซักวัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก น้ำหวาน หรือชานมไข่มุก มีบ่อยแค่ไหน? เพราะอาหารพวกนี้คือกลุ่มที่ไตต้องทำงานหนักเป็นพิเศษในการกำจัดโซเดียมและน้ำตาลส่วนเกินออกไป สะสมนานวันเข้าอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคไตเรื้อรัง (CKD) ได้โดยที่ยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ข่าวดีคือ แค่ปรับจานอาหารนิดหน่อย ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตพลิกฝ่ามือ ก็ช่วยให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้แล้ว มาดูกันว่าควรเลือกกินอะไร และควรเลี่ยงอะไรบ้าง

อาหารที่ดีต่อไต — กินบ่อยๆ ได้เลย

กลุ่มแรกที่ไตรักมากๆ คือ โปรตีนคุณภาพดี อย่างปลา ไข่ขาว ไก่ไม่ติดหนัง และเต้าหู้ เพราะให้โปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายโดยไม่เพิ่มภาระการกรองมากเกินไป เทียบกับเนื้อแดงหรือเนื้อแปรรูปที่มีสารบางชนิดซึ่งไตต้องทำงานหนักกว่าในการกำจัด ถัดมาคือ ผักหลากสี ทั้งบร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก แครอท แตงกวา ฟักทอง — ผักเหล่านี้อุดมวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของไตด้วย และอย่าลืม ผลไม้ อย่างแอปเปิล องุ่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ สับปะรด ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แต่ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป สุดท้ายคือ ไขมันดี จากน้ำมันมะกอก อะโวคาโด และถั่วเปลือกแข็ง ช่วยลดการอักเสบและดีต่อหัวใจ ซึ่งสุขภาพหัวใจและไตนั้นเชื่อมโยงกันโดยตรงเลย แถมด้วย น้ำเปล่า ที่ฟังดูธรรมดาแต่สำคัญมาก เพราะการดื่มน้ำเพียงพอช่วยให้ไตกรองของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว

อาหารที่ควรลดหรือหลีกเลี่ยง — เพื่อไตที่ไม่ต้องทำงานหนักเกิน

สิ่งที่ไตไม่ค่อยชอบเลยคืออาหารที่มี โซเดียมสูง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเค็มจัด อาหารแปรรูป และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่หลายคนกินเป็นมื้อด่วน เพราะโซเดียมส่วนเกินทำให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้นในการขับออก สะสมนานไปก็เพิ่มความดันโลหิตและกดดันไตต่อเนื่อง เนื้อแปรรูป อย่างไส้กรอก เบคอน แฮม ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ทั้งโซเดียมและสารกันบูดในปริมาณสูง อีกอย่างที่ต้องระวังคือ เครื่องดื่มหวานและอาหารน้ำตาลสูง เช่น ชานมไข่มุก น้ำอัดลม เค้กหวานๆ เพราะน้ำตาลส่วนเกินเสี่ยงนำไปสู่เบาหวาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอันดับต้นๆ ของโรคไตเรื้อรัง และสุดท้ายคือ อาหารทอดและอาหารไขมันสูงเป็นประจำ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน ความดัน และไตเสื่อมในระยะยาว

เคล็ดลับดูแลไตที่ทำได้เลยตั้งแต่วันนี้

นอกจากเรื่องอาหาร การดูแลไตให้แข็งแรงในระยะยาวยังมีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ปรับได้เลยโดยไม่ต้องรอ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ติดตามความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญมากๆ คือการ ตรวจสุขภาพประจำปี เพราะโรคไตในระยะต้นมัก