ฟอกไต VS ล้างไตทางช่องท้อง เลือกแบบไหนดี?

เมื่อไตของคุณไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติในระยะท้ายของโรคไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) บุคคลเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้วิธีการทดแทนการทำงานของไต ซึ่งมีสองวิธีหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย คือ ฟอกไต (Hemodialysis) และ ล้างไตทางช่องท้อง (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis: CAPD) แต่ละวิธีมีลักษณะเฉพาะ ข้อดี-ข้อเสีย และเกณฑ์การเลือก ที่แตกต่างกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างและสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

ฟอกไต (Hemodialysis) คืออะไร?

ฟอกไตเป็นวิธีการทำความสะอาดเลือดโดยใช้เครื่องฟอกไตแบบกลไก โดยสูบเลือดออกจากร่างกายผ่านหลอดเลือด เลือดจะไหลผ่านเมมเบรน (Semipermeable Membrane) ที่มีรูเล็ก ๆ ซึ่งทำให้สารพิษและของเสียต่าง ๆ ออกมาตามหลักการซึมผ่าน จากนั้นเลือดที่สะอาดแล้วจะไหลกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง

กระบวนการฟอกไตแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยต้องไปที่สถานพยาบาลหรือคลินิกไต 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (วันจันทร์ พุธ ศุกร์ หรือจันทร์ พุธ ศุกร์ หรือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสม)

ล้างไตทางช่องท้อง (CAPD) คืออะไร?

ล้างไตทางช่องท้องเป็นวิธีการทำความสะอาดเลือดด้วยการใช้ลำไส้ส่วนล่างของผู้ป่วยเป็นแผ่นกรอง โดยแพทย์จะเสียบสายสวนพลาสติกอ่อน (Catheter) เข้าไปในช่องท้อง ในแต่ละครั้งจะเติมน้ำทำความสะอาดพิเศษ (Dialysate) ลงไปในช่องท้องประมาณ 1.5-2 ลิตร เว้นไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง แล้วทำการเปลี่ยนเหลวใหม่

ผู้ป่วยสามารถทำขั้นตอนนี้ได้ที่บ้านเอง โดยทำการเปลี่ยนเหลวประมาณ 4 ครั้งต่อวัน หรือสามารถใช้เครื่องล้างไตอัตโนมัติ (Automated Peritoneal Dialysis: APD) ได้ในเวลากลางคืน

ข้อดี-ข้อเสีย ของฟอกไต (Hemodialysis)

ข้อดี:

  • ถูกสังคมรับรองและมีคลินิกมากมายทั่วประเทศ
  • เวลาที่ใช้มีความแน่นอน เพียง 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเลือดสูงและมีความเสถียร
  • ติดตามตรวจสอบได้ง่ายเนื่องจากอยู่ใต้การดูแลแพทย์โดยตรง
  • เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความรู้สึกเจ็บจากโรคหลากหลาย

ข้อเสีย:

  • ต้องไปคลินิก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งต้องใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงต่อครั้ง
  • ต้องเข้ารับการติดตั้ง Fistula (การเจาะร่วมเลือดวัก) ซึ่งเป็นการผ่าตัดขั้นต้น
  • อาจเกิดการ "ข้อเสีย Rebound" หลังจากการฟอกไตเสร็จสิ้น
  • มีข้อ จำกัดด้านอาหารและน้ำ (ต้องรับประทานอาหารที่มีโปแตสเซียมต่ำ)
  • ค่าใช้จ่ายสูงหากไม่มีประกันหรือสิทธิ
  • ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหนื่อยหลังการฟอกไตเสร็จสิ้น

ข้อดี-ข้อเสีย ของล้างไตทางช่องท้อง (CAPD)

ข้อดี:

  • สามารถทำได้ที่บ้านเอง ไม่ต้องไปคลินิกบ่อย
  • ให้ความเป็นอิสระในการจัดการตารางการทำความสะอาดไตของตัวเอง
  • การทำความสะอาดค่อย ๆ ดำเนินการ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกได้สบายกว่า
  • มีข้อจำกัดด้านอาหารน้อยกว่าฟอกไต
  • เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีหัวใจอ่อนแอหรือเบาหวาน
  • ท่อนเลือด Fistula ไม่จำเป็น

ข้อเสีย:

  • ต้องมีความเข้าใจและความรับผิดชอบในการทำความสะอาดไตด้วยตัวเอง
  • มีความเสี่ยงของการติดเชื้อในช่องท้อง (Peritonitis)
  • ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีการทำศัลยกรรมท้องหลายครั้ง
  • ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่าฟอกไตในบางกรณี
  • ต้องมีพื้นที่ที่สะอาดและถูกสุขลักษณ์ในการเก็บวัสดุ
  • สายสวน (Catheter) อาจเกิดการอุดตันหรือติดเชื้อได้

เกณฑ์การเลือกวิธีการล้างไตที่เหมาะสม

การเลือกระหว่างฟอกไตกับล้างไตทางช่องท้องต้องพิจารณาหลายด้าน โดยทั่วไป แพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้:

  • ความสามารถของไต: ในขั้นตอนเริ่มต้น ถ้าไตยังคงมีการทำงานบ้าง CAPD อาจเป็นตัวเลือกที่ดี
  • สภาพสุขภาพทั่วไป: ผู้ป่วยที่มีความเสถียรทางหัวใจอาจเหมาะสมกับ CAPD มากกว่า
  • ความสามารถในการเดินทาง: หากผู้ป่วยสามารถไปคลินิกได้อย่างสม่ำเสมอ ฟอกไตอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
  • ความสะดวกและชีวิตประจำวัน: ถ้าชอบความเป็นอิสระและสามารถจัดการตัวเองได้ CAPD อาจดีกว่า
  • ประวัติการผ่าตัดท้อง: ผู้ป่วยที่มีประวัติการผ่าตัดท้องมาก ๆ อาจไม่เหมาะสำหรับ CAPD

ค่าใช้จ่ายและสิทธิประกันทางสังคม

ในประเทศไทย ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังสามารถรับบริการฟอกไตและล้างไตทางช่องท้องโดยใช้สิทธิ์ประกันสังคม หรือ ประกันชีวิต "ทองประกันสังคม" ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายมากมาย

โดยปกติ ค่าใช้จ่ายของฟอกไตต่อครั้งประมาณ 1,500-2,000 บาท ในขณะที่ล้างไตทางช่องท้องมีค่าใช้จ่ายแบบเดือนละ ประมาณ 2,000-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและสถานพยาบาลที่ให้บริการ ผู้ป่วยสามารถติดต่อสถานพยาบาลเพื่อสอบถามสิทธิ์และวิธีการจ่ายเงินทั่วไป

บทสรุป

ทั้งฟอกไตและล้างไตทางช่องท้องต่างก็เป็นวิธีที่ได้ผลในการรักษาโรคไตวายเรื้อรัง การเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาพสุขภาพ ความต้องการ และเงื่อนไขชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคน ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตอย่างจริงจังเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

หากคุณหรือคนที่คุณรักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษาโรคไตวายเรื้อรัง สามารถติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ W Medical Hospital สมุทรสาคร หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @roogondee และเยี่ยมชมเว็บไซต์ roogondee.com เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม