ไตของเราทำงานหนักทุกวันโดยไม่เคยหยุดพัก มันกรองเลือดให้สะอาด ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย ขับของเสียออกทางปัสสาวะ และยังช่วยควบคุมความดันโลหิตอีกด้วย แต่ถามตรง ๆ ว่าเราดูแลมันบ้างไหม?
ปัญหาที่น่ากังวลคือโรคไตเรื้อรัง (CKD) มักไม่แสดงอาการในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ตัวจนกว่าการทำงานของไตจะเสื่อมลงไปแล้วมาก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกชี้ว่าคนทั่วโลกกว่า 850 ล้านคนมีภาวะโรคไตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และในไทยเองก็พบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นทุกปี
ข่าวดีคือการดูแลไตไม่ได้ยากอย่างที่คิด ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แค่ปรับนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวัน ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ มาดูกันว่าจะเริ่มจากตรงไหนได้บ้าง
7 วิธีดูแลไตง่าย ๆ ที่เริ่มได้เลยวันนี้
อินโฟกราฟิกจาก roogondee.com สรุปไว้ชัดเจนมาก และแต่ละข้อก็มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับทั้งนั้น ลองมาขยายความกัน
1. ลดเค็ม เลือกอาหารสมดุล — โซเดียมที่มากเกินไปทำให้ความดันโลหิตสูง และความดันสูงคือตัวทำลายไตอันดับต้น ๆ ลองลดการโรยเกลือ ลดน้ำปลา ลดซอสปรุงรส และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปที่มีโซเดียมซ่อนอยู่เยอะ
2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ — ไม่ใช่ดื่มมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ดื่มให้เหมาะกับน้ำหนักตัวและกิจกรรมในแต่ละวัน โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน การดื่มน้ำช่วยให้ไตขับของเสียได้มีประสิทธิภาพขึ้น
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดูแลน้ำหนัก — การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมช่วยลดภาระของไตและลดความเสี่ยงเบาหวานกับความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นสองสาเหตุหลักของโรคไตเรื้อรัง
4. ควบคุมน้ำตาลและความดันโลหิต — ถ้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว การรักษาให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะทั้งสองโรคนี้ทำลายหลอดเลือดเล็ก ๆ ในไตโดยตรง
5. เลิกบุหรี่ — สารพิษในบุหรี่ลดการไหลเวียนเลือดไปยังไต ทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลง และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งไตด้วย
6. อย่าซื้อยากินเอง — ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน หรือสมุนไพรบางชนิด ถ้ากินต่อเนื่องโดยไม่มีแพทย์ดูแล อาจทำลายไตได้โดยไม่รู้ตัว
7. ตรวจสุขภาพไตสม่ำเสมอ — โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันสูง หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นประจำช่วยให้รู้สถานะของไตได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ไตที่เริ่มมีปัญหาจะส่งสัญญาณมาให้เราก่อน เพียงแต่หลายคนเผลอมองข้ามไป สัญญาณที่ควรระวังได้แก่ บวมที่หน้า เท้า หรือข้อเท้าโดยเฉพาะตอนเช้า ปัสสาวะมีฟองหรือสีผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติหรือน้อยลง อ่อนเพลียเหนื่อยง่ายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เบื่ออาหารหรือคลื่นไส้บ่อย และความดันโลหิตที่ควบคุมได้ยาก หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินโดยเร็ว ไม่ควรรอให้อาการมากขึ้นก่อน
ตรวจก่อน รู้ก่อน ดูแลได้ก่อน
การตรวจปัสสาวะหาโปรตีน (Urine Protein) คือหนึ่งในวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการประเมินว่าไตทำงานปกติหรือเปล่า เพราะเมื่อไตเริ่มมีปัญหา โปรตีนจะรั่วออกมาในปัสสาวะมากกว่าปกติ การตรวจนี้ใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บ และให้ข้อมูลที่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ยิ่งรู้เร็ว


