รู้ไหมว่า "ไต" ของเราทำงานหนักแทบทุกวินาที — กรองของเสียออกจากเลือด ควบคุมน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย รักษาสมดุลความดัน แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ ถ้าไตเริ่มเสื่อม… มันแทบไม่บอกเราเลยในช่วงแรก 😶
โรคไตเรื้อรัง หรือ CKD (Chronic Kidney Disease) คือภาวะที่ไตค่อย ๆ เสื่อมการทำงานลงอย่างต่อเนื่อง และที่น่ากังวลคือ ระยะที่ 1–3 มักไม่มีอาการชัดเจนเลย กว่าหลายคนจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะ 4–5 ซึ่งไตเสียหายไปมากแล้ว การรักษาก็ยากขึ้นตามลำดับ
ถ้าคุณมีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรืออายุ 60 ปีขึ้นไป บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณโดยตรงเลย เพราะกลุ่มเหล่านี้คือกลุ่มเสี่ยงหลักที่ควรรู้จัก CKD ให้ดีกว่าคนทั่วไป
CKD 5 ระยะ แตกต่างกันอย่างไร?
แพทย์จะแบ่งโรคไตเรื้อรังตามค่า eGFR (อัตราการกรองของไต) ออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 (eGFR ≥ 90) — ไตยังทำงานได้ปกติหรือใกล้เคียงปกติ แต่อาจตรวจพบความผิดปกติบางอย่าง เช่น โปรตีนรั่วในปัสสาวะ มักไม่มีอาการใด ๆ
- ระยะที่ 2 (eGFR 60–89) — ไตเริ่มเสื่อมเล็กน้อย ยังทำงานได้ดีอยู่ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกอะไร
- ระยะที่ 3 (eGFR 30–59) — ไตทำงานลดลงปานกลาง อาจเริ่มมีอาการเล็กน้อย เช่น เหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อยกลางคืน
- ระยะที่ 4 (eGFR 15–29) — ไตเสื่อมมาก เริ่มมีของเสียสะสมในร่างกาย อาจพบอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ บวม ความดันสูง
- ระยะที่ 5 (eGFR < 15) — ไตวายระยะสุดท้าย ต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้
จุดสำคัญที่ต้องจำคือ ระยะที่ 1–3 แทบไม่มีสัญญาณเตือน ซึ่งนั่นแหละคือสาเหตุที่หลายคนพลาดโอกาสรักษาตั้งแต่ต้น
ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองไต?
ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องตรวจบ่อย แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้ ควรจริงจังกับการตรวจให้มากขึ้น
- ผู้ป่วยเบาหวาน — น้ำตาลที่สูงเรื้อรังทำลายหลอดเลือดในไตโดยตรง
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง — ความดันที่ไม่ถูกควบคุมจะทำให้ไตรับแรงกดมากเกินไปทุกวัน
- อายุ 60 ปีขึ้นไป — ประสิทธิภาพของไตลดลงตามอายุตามธรรมชาติ
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต
- ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดหรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
การตรวจคัดกรองไตทำได้ง่ายมาก ๆ เพียง 3 วิธีหลัก ได้แก่ ตรวจเลือดดูค่า eGFR และ Creatinine, ตรวจปัสสาวะหาโปรตีน และวัดความดันโลหิต — ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน แต่ให้ข้อมูลสุขภาพไตได้ชัดเจนมาก
ดูแลไตในชีวิตประจำวัน ทำได้ตั้งแต่วันนี้
แม้จะยังไม่ป่วย การดูแลไตเชิงป้องกันก็สำคัญมาก เพราะไตที่แข็งแรงไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องช่วยกัน
- ควบคุมน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ
- ลดอาหารเค็ม อาหารแปรรูป และโปรตีนมากเกินไป
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ (ประมาณ 6–8 แก้วต่อวัน หากไม่มีข้อห้ามจากแพทย์)
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดน้ำหนักส่วนเกิน
- ไม่ซื้อยาแก้ปวดกินเองเป็นประจำโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี อย่าข้าม!
ไตสำคัญ แต่ดูแลได้ — ขอแค่รู้ก่อนสายเกินไป ตอนนี้ทาง W Medical Hospital สมุทรสาคร เปิดให้ ตรวจปัสสาวะหาโปรตีนฟรี รู้ผลไว ใช้เวลาไม่นาน เหมาะมากสำหรับใครที่อยากเช็กไตแบบง่าย



