รู้ไหมว่า "ไต" เป็นอวัยวะที่เงียบที่สุดในร่างกาย? มันทำงานหนักทุกวัน กรองของเสียออกจากเลือดกว่า 180 ลิตรต่อวัน โดยไม่เคยบ่นเลยสักครั้ง แต่นั่นแหละคือปัญหา เพราะเมื่อไตเริ่มเสื่อม มันมักไม่บอกเราตรงๆ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน จนกว่าจะสายเกินไป
โรคไตเรื้อรัง หรือ CKD (Chronic Kidney Disease) เป็นหนึ่งในโรคที่คนไทยป่วยโดยไม่รู้ตัวจำนวนมาก ข้อมูลจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยระบุว่ามีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในไทยกว่า 8 ล้านคน และกว่าครึ่งไม่ทราบว่าตัวเองป่วย เพราะโรคนี้แอบซ่อนอยู่เงียบๆ มานานหลายปีก่อนที่อาการจะปรากฏ
ข่าวดีคือ ถ้าเราจับสัญญาณได้เร็ว การดูแลและชะลอความเสื่อมของไตก็ยังทำได้ และหนึ่งในการตรวจที่ง่ายที่สุด ราคาไม่แพง แต่บอกสุขภาพไตได้ตรงจุดมากๆ ก็คือการตรวจ Urine Protein หรือการหาโปรตีนในปัสสาวะนั่นเอง
Urine Protein คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
ในสภาวะปกติ ไตจะกรองเลือดและเก็บโปรตีนไว้ในร่างกาย ไม่ให้รั่วออกมาในปัสสาวะ แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อมหรือมีความผิดปกติ ตัวกรองของไตจะเริ่มรั่ว โปรตีนก็จะหลุดออกมาพร้อมปัสสาวะ ซึ่งเราเรียกภาวะนี้ว่า โปรตีนในปัสสาวะ (Proteinuria)
การตรวจ Urine Protein จึงเปรียบเสมือน "การเช็กรอยรั่ว" ของไต ถ้าพบโปรตีนในปัสสาวะมากกว่าปกติ นั่นหมายความว่าไตกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แม้ตอนนี้ยังไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยก็ตาม การตรวจนี้ใช้เวลาไม่นาน แค่เก็บตัวอย่างปัสสาวะ แล้วรอผลได้เลย ไม่ต้องงดน้ำ ไม่ต้องเจ็บตัว
ใครบ้างที่ควรตรวจไตเป็นประจำ?
หลายคนคิดว่าโรคไตเป็นเรื่องของคนสูงอายุ แต่จริงๆ แล้วใครก็มีความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยเหล่านี้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น กินยาแก้ปวดบ่อย ดื่มน้ำน้อย ชอบกินเค็ม หรือมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งทั้งสองโรคนี้คือตัวการทำลายไตอันดับต้นๆ เลยทีเดียว
นอกจากนี้คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต หรือมีอาการที่อาจเชื่อมโยงกับไต เช่น บวมที่เท้าหรือหน้า ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ ปัสสาวะสีชา หรือรู้สึกเหนื่อยล้าโดยไม่มีสาเหตุ ก็ควรรีบตรวจให้ชัดเจน อย่ารอให้อาการหนักก่อน
ดูแลไตได้ตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสาย
การป้องกันและชะลอโรคไตเริ่มต้นจากนิสัยในชีวิตประจำวันง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (ประมาณ 6-8 แก้วต่อวันสำหรับคนทั่วไป) ลดอาหารเค็มจัด หวานจัด และอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง รวมถึงระวังการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs โดยไม่จำเป็น เพราะยากลุ่มนี้กดดันไตโดยตรง
ที่สำคัญคือการตรวจสุขภาพไตสม่ำเสมอ เพราะการรู้เร็วหมายถึงโอกาสในการดูแลตัวเองได้ดีขึ้น ชะลอการเสื่อมของไตได้มากขึ้น และลดโอกาสที่จะต้องพึ่งการฟอกไตในอนาคต
- ไตเสื่อมระยะแรกมักไม่มีอาการ ต้องอาศัยการตรวจเพื่อจับสัญญาณ
- Urine Protein คือการตรวจง่ายๆ ที่บอกได้ว่าไตกำลังรั่วหรือเปล่า
- ผู้ที่มีเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาแก้ปวดบ่อย ควรตรวจไตเป็นประจำทุกปี
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดเค็ม และหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดโดยไม่จำเป็น ช่วยรักษาไตได้มาก
- รู้ก่อนดูแลได้ทัน รอช้าอาจพลาดโอกาสชะลอโรค
ถ้าคุณยังไม่เคยตรวจไตเลย หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองมีความเสี่ยงแค่ไหน ลองเริ่มจากการทำ quiz สั้นๆ 2 นาที ที่ เช็กความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง (CKD) ใน 30 วินาที ผลเป็นการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์มีโรคประจำตัวเหล่านี้ไหม?
บทความที่เกี่ยวข้อง


