รู้ไหมว่า "ไตเสื่อม" เป็นหนึ่งในโรคที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่เพราะรักษายาก แต่เพราะ มันเงียบมากจนแทบไม่รู้ว่าเป็น หลายคนใช้ชีวิตปกติ กินข้าวได้ นอนหลับได้ ทำงานได้ตามเดิม โดยไม่รู้เลยว่าไตกำลังค่อย ๆ เสื่อมสภาพลงทุกวัน จนกระทั่งถึงขั้นที่ต้องฟอกไต หรือปัญหาลุกลามไปถึงอวัยวะอื่น ตอนนั้นถึงค่อยรู้สึกว่า "โอ้โห ทำไมไม่รู้ตัวก่อนเลย"
ในประเทศไทย มีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) มากกว่า 8 ล้านคน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าป่วย เพราะในระยะแรก ๆ ไตเสื่อมจะ ไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ไม่ปวด ไม่บวม ไม่เหนื่อย ชีวิตดูปกติทุกอย่าง แต่ภายในร่างกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เราควรรู้ให้ทัน เพราะยิ่งรู้เร็ว โอกาสดูแลตัวเองได้ดีก็ยิ่งมีมาก
เรื่องนี้เลยไม่ใช่แค่เรื่องของคนสูงอายุหรือคนที่มีโรคประจำตัวอีกต่อไปแล้ว คนวัยทำงาน คนที่ชอบกินเค็ม คนที่ดื่มน้ำน้อย หรือคนที่ใช้ยาแก้ปวดบ่อย ๆ ก็อยู่ในกลุ่มที่ควรหันมาใส่ใจไตมากขึ้นด้วยเหมือนกัน
ไตทำงานอะไร และเสื่อมได้ยังไง?
ไตของเราทำหน้าที่เหมือน "เครื่องกรองน้ำขนาดจิ๋ว" ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง คอยกรองของเสียออกจากเลือด ควบคุมความดันโลหิต ปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย และยังช่วยสร้างฮอร์โมนบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย เมื่อไตเริ่มเสื่อม ประสิทธิภาพการกรองก็ลดลง ของเสียที่ควรถูกกำจัดออกก็สะสมอยู่ในร่างกายแทน
สาเหตุที่ทำให้ไตเสื่อมมีหลายอย่าง ทั้งโรคเบาหวานที่ทำลายหลอดเลือดเล็ก ๆ ในไต ความดันโลหิตสูงที่ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น การกินยาแก้ปวดหรือยาสมุนไพรบางชนิดเป็นประจำ ไปจนถึงการดื่มน้ำน้อย กินเค็มจัด หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เราอาจไม่ทันสังเกต และที่สำคัญ — ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้น โดยที่ร่างกายไม่ส่งสัญญาณเตือนอะไรมาให้เลย ในช่วงแรก
โปรตีนในปัสสาวะ บอกอะไรได้บ้าง?
หนึ่งในวิธีตรวจคัดกรองไตที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากคือ การตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ หรือที่เรียกว่า Urine Protein หรือ Microalbuminuria โดยปกติแล้ว ไตที่แข็งแรงจะไม่ปล่อยโปรตีนออกมากับปัสสาวะ แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อม ตัวกรองในไตจะเริ่มรั่ว ทำให้โปรตีนหลุดออกมาในปัสสาวะได้
การตรวจนี้ใช้เวลาไม่นาน แค่เก็บตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจ ก็สามารถรู้ได้ว่าไตยังทำงานได้ดีอยู่หรือเปล่า ถ้าพบโปรตีนในระดับที่ผิดปกติ แพทย์จะได้วางแผนดูแลและตรวจเพิ่มเติมได้อย่างทันท่วงที ซึ่งต่างกับการรอให้มีอาการชัดเจนก่อน เพราะกว่าจะรู้สึกได้ ไตอาจเสียการทำงานไปมากแล้ว
ใครควรตรวจไตเป็นพิเศษ?
แม้ทุกคนควรดูแลไตของตัวเอง แต่มีบางกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่มีโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ รวมถึงคนที่ชอบกินอาหารรสเค็มจัด หรือดื่มน้ำน้อยกว่าที่ควร แม้แต่คนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานก็มีความเสี่ยงต่อการเสื่อมของไตได้เช่นกัน
- ไตเสื่อมในระยะแรกมักไม่มีอาการ ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าเริ่มมีปัญหา
- การตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะเป็นวิธีคัดกรองที่ง่าย รวดเร็ว และให้ข้อมูลที่มีประโยชน์มาก
- ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรตรวจเป็นประจำทุกป



